วันนี้ ( 29 ส.ค. ) ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มสิทธิมนุษยชนออกมาคัดค้านโทษประหารนักค้ายาเสพติดภายใน 15 วัน ว่า ฝากบอกไปยังองค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในและนอกประเทศ ที่คัดค้านแนวความคิดตนกรณีนักโทษคดียาเสพติดรายใหญ่ที่ศาลตัดสินประหารชีวิตแล้วควรต้องประหารชีวิตภายใน 15 วัน จากเดิมต้องเลย 60 วันนั้น ที่ผ่านมาเกิดเหตุเอาระเบิดขว้างบ้านผู้คุมเรือนจำ จ. สงขลา และมีการยิงเรือนจำที่ จ.ชลบุรี ซึ่งตนได้เรียกนายตำรวจมากำชับและปรึกษากับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ซึ่งเขาทราบเบาะแส และดำเนินการจับกุมแล้ว ผู้ต้องหาสารภาพว่านักโทษในเรือนจำจ้างวาน ในระหว่างสอบผู้ต้องหาขยายผลได้อาวุธสงครามมา 2 กระบอก และนักโทษโทรเข้ามือถือผู้ต้องหา ตนสั่งการไปว่าต้องจับกุมนักโทษดังกล่าวด้วยเพราะเป็นตัวการร่วมกัน กรณีเช่นนี้องค์กรสิทธิมนุษยชนจะว่าอย่างไร อยู่ในคุกยังมีอิทธิฤทธิ์ ดังนั้นจึงไม่มีทางอื่น และต้องเห็นด้วยกับตน ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองไปไม่ได้ เพราะอาละวาดกันหนัก ส่วนกรณีเรือนจำ จ.นครศรีธรรมราช ที่จะมีการย้ายทั้งผู้คุมและนักโทษนั้น ตนได้บอกกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์ไว้แล้ว ถ้ามีฤทธิ์เดชมากก็ย้ายไปไว้ภาคอื่น เพื่อให้ขาดความคล่องตัว และเชื่อว่าเครือข่ายต่างๆ จะลดน้อยลง
เมื่อถามว่าองค์กรสิทธิมนุษยชนมองในแง่มนุษยธรรมเป็นหลัก ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องยาเสพติดในตะวันออกกลาง มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม จับแขวนคอและมีโทษประหารชีวิตทั้งนั้น ทำไมไม่ไปพูดกับเขามา มายุ่งอยู่เฉพาะประเทศไทย แล้วเราทุกข์สาหัสเพราะบ้านเราติดกับประเทศพม่า ตนเดินหน้าตรงๆ ไม่มีประเทศเพื่อนบ้านแล้ว จะทำอย่างไรกันคนไทยต้องตกทุกข์ลำบากอยู่อย่างนี้ เมื่อถามว่าเป็นสาเหตุที่นักค้ายาลอยนวลอยู่เพราะไม่มีการทำลายเครือข่ายหรือยึดทรัพย์อย่างจริงจังหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็มันสบายมา 2 ปี 8 เดือน ซึ่งช่วงดังกล่าวรัฐบาลเปิดประตูประชุมอย่างเดียว ไม่เคยสัมผัสพื้นที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง และไม่ทำอะไรจึงระเบิดเถิดเทิงอย่างนี้ ดังนั้นจึงต้องแตกหัก
แหล่งที่มา http://www.dailynews.co.th/politics/152276
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น